AN ORDINARY LIFE OF THE DREAMER

สรุปปี 2018 : a year in review

อยู่บนรถข้ามเมืองแบบ overnight มีเวลาอีก 5 ชม. กว่า เลยลองเรียงเรื่องของปี 2018 เอาไว้ ส่วนใหญ่เน้นเรื่องส่วนตัว (และมักจะเกี่ยวกับเมีย) เพราะเรื่องงานทำแยกไว้แล้ว และคงไม่พิมพ์ลงในนี้

11 เรื่อง start!

11. เลิกแอลกอฮอล์

มีแต่คนถามว่าทำไมถึงเลิก? คำตอบคือ อยากเลิก สั้นๆ แค่นั้นแหละ ตอนไปเขาหลัก อยู่ดีๆ ก็ตัดสินใจเลิกเลย เลิกแล้วก็ดีมากนะ ทั้งประหยัด ทั้งสุขภาพดี คนที่บ่นน่าจะมีแต่เมียที่ขาดเพื่อนนั่งดื่มไปคนนึง สิ่งที่เสียดายอย่างเดียวคือเหล้าบ๊วยที่แสนอร่อยเราก็จะอดด้วยเหมือนกัน T-T

10. สมัครสมาชิกพรรคการเมือง

ไม่ได้จะไปเล่นการเมืองนะ การสมัครสมาชิกพรรคการเมืองของผม คือการสนับสนุนพรรคในรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยเงินค่าสมาชิก หรือการร่วมใช้สิทธิ์ทำ Primary Vote (ที่หลายคนก็ยังมีคำถามว่าทำไปทำไมวะ บางเขตมีคนสมัครคนเดียว)

จริงๆ การสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ครั้งนี้ (อ้าว บอกชื่อพรรคไปละ) ไม่ใช่เกมที่จะมาสนับสนุนการเลือกตั้งครั้งนี้แล้วจบ ต้องบอกว่าเผลอๆ การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคอนาคตใหม่อาจยังไม่มีหวังในการเข้าร่วมรัฐบาลด้วยซ้ำ แต่การสมัครสมาชิกครั้งนี้คือการสนับสนุนในแนวทางของพรรค และวิสัยทัศน์ของหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นการสนับสนุนในระยะยาว (ถึงจะยังไม่รู้ว่าพรรคจะอยู่ได้นานแค่ไหนก็เถอะ) ตอนนี้ปัญหาของพรรคมีอยู่พอสมควร แต่พรรคตั้งใหม่ ทีมงานใหม่ๆ ที่ไม่ใช่นักการเมืองรุ่นเดิม และแนวทางที่เปิดกว้าง มันก็ต้องมีปัญหาแน่นอนอยู่แล้วในช่วงเริ่มต้น แต่ผมเชื่อว่าในระยะยาวเราน่าจะได้เห็นอะไรจากพรรคอนาคตใหม่แน่นอน

9. เลิกใช้ Instagram

ก่อนหน้านี้มี Instagram เอาไว้ลงรูปบ้าง ส่องสาวๆ เป็นส่วนใหญ่ ใช้ไปเรื่อยๆ ก็พบว่าไม่ได้ลงรูปบ่อย และเพื่อนก็อยู่ในเฟสหมด เลยอันฟอลเพื่อน เอาไว้ส่องสาวๆ อย่างเดียว สุดท้ายก็เลิกใช้ไปเลยเพราะเมียไม่โอเคร 555

ปัจจุบันเมียโอเคแล้ว อยากส่องส่องเลย ขอให้ชั้นได้แทครูปเธอหน่อย แต่ก็พบว่าพอไม่มี กลับมีความสุขขึ้น แล้วก็ไม่เดือดร้อนนี่หว่า เลยเลิกไปเลย 555

8. เปลี่ยนเบอร์มือถือ

เพื่อความสบายใจของแม่และเมียล้วนๆ ส่วนตัวไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้เลย (ยกเว้นสีเสื้อ) สุดท้ายยอมถือ 2 เบอร์ เบอร์เก่าก็จะย้ายไปไว้กับเลขา เผื่อว่าลูกค้าจะโทรมา สุดท้าย ถ้าชีวิตไม่ได้ดีขึ้นตามพลังของเบอร์ ก็อาจจะเปลี่ยนกลับเบอร์เดิม

7. เดินทางไปยังที่ใหม่เพิ่ม

ปีนี้เริ่มต้นด้วยญี่ปุ่น Kawaguchiko ไปพักที่ Hoshinoya ที่แพงชิบหาย แต่ก็ไปให้รู้ เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับตัวเองว่า ครั้งหนึ่งก็ได้ไปทำ Glamping มาแล้วว่ะ ถ้าไปญี่ปุ่นคราวหน้าจะพักถูกกว่านี้ 10 เท่า

ต่อมาไปเกาหลี ประเทศเดิม แต่ที่ไปไม่เหมือนเดิมเลย อันนี้ต้องให้เครดิตเมียที่หาที่เที่ยวเก่งมาก โดยเฉพาะที่ถ่ายรูปสวยๆ เยอะมาก จริงๆ น่าจะลองไปทำทัวร์ หรือเป็น travel blogger ดู

รัสเซีย ไปแต่ Moscow ทำตั๋วราคาถูกไปเพราะเมียบินไปทำงาน ใช้เวลาในนั้นจริงๆ 2 วัน แต่ก็ได้ไปที่สำคัญๆ ใน Moscow หลายที่อยู่ พบว่าคนรัสเซียน่ารักทั้งนิสัยและหน้าตา ค่าเงินก็ถูก อาหารก็อร่อย อากาศก็ดี สะอาด สะดวก ได้ไปช่วงก่อนบอลโลกด้วย เห็นการเตรียมงานก็น่าสนใจ ไม่คิดว่ารัสเซียจะต้อนรับคนได้ขนาดนี้ โหดสัสรัสเซียจริงๆ

ไปทริปยุโรปกับครอบครัว Munich – Hallstat – Salzburg – Budapest – Czech – Vienna เป็นอะไรที่ยาวนาน ไปกันสองอาทิตย์ แต่ก็ได้สัมผัสกับความมีคุณภาพชีวิตที่ดีของหลายที่ ได้เจอเพื่อนเก่าที่ไปทำป.เอก การได้ฟังว่าเพื่อนคนนี้กำลังทำงานที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อีกหลายล้านคนได้ ก็ทำให้กลับมาหาว่าเราจะทำอะไรในกำลังของเราได้บ้างรึเปล่า และโมเมนต์ที่ดีที่สุดของการไปเที่ยวตปท กับครอบครัว คือการไปพัก airbnb แล้วทำกับข้าวกับป๊าม้ากินกัน จริงๆ อยู่ไทยก็ทำได้แหละ แต่เวลาอยู่ตปท.แล้วได้กินข้าวฝีมือป๊าม้านี่คือประสบการณ์อย่างนึงในชีวิตที่รู้สึกว่าดีที่ได้ทำ

สุดท้าย มาตุรกี ปิดท้ายปี อากาศโดยเฉลี่ย -2 สัญญาณเน็ตส่วนใหญ่ไม่ค่อยดีเพราะอยู่บ้านนอก เป็นทริปที่เปิดโลกเรื่องอาหารมาก ปกติมั่นใจมากว่าไปไหนก็กินได้ ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น อินเดีย (ยังไม่ไป แต่กินอาหารอินเดียในไทย) แต่ตุรกีนี่แม่งสุดเรื่องอาหาร เข้าใจว่าอาหารตะวันออกกลางก็จะประมาณนี้เหมือนกัน ความสมุนไพร ความเปรี้ยวของผักดอง ความโยเกิร์ต (ซึ่งไม่เหมือนโยเกิร์ตอะไรที่เคยกิน) รวมๆ ออกมาหลายเมนูแทบอ้วก สุดท้ายเลยจบที่ Kebab แล้วจะรอดเสมอ ยังเหลืออีก 3 วัน น่าจะรอดละมั้ง

6. อ่านหนังสือมากขึ้นกว่าปีก่อน

ปีนี้ได้อ่านเยอะกว่าปี 2017 ซึ่งแทบไม่ได้อ่านหนังสือเลย จำนวนไม่เยอะมาก เล่มที่อ่านคือ

“ดาราศาสตร์ฟิสิกส์สำหรับคนเร่งรีบ” (สนุก เนิร์ด แต่ศัพท์เทคนิคเยอะ)

“เลือกอยู่ข้างเวลา” (เฉยๆ ไม่ต้องอ่านก็ได้)

“Hit Refresh” (บทเรียนการเปลี่ยนแปลง Microsoft ด้วย culture ดีมากๆ ควรอ่าน)

“ที่หัวมุมถนน” (รวมบทความจาก blog และ podcast Mission to the moon ของพี่แท๊บ รวิศ จริงๆ เคยอ่านผ่านตาและก็ฟังตลอดมาสองร้อยกว่าตอน แค่เล่มนี้ก็สุดความแบ่งออกเป็นส่วนๆ ไว้ได้ดี)

“เพราะฉะนั้น ฉันจึงถาม” (ต้องอ่านเสมอ ปี 2017 อ่านแต่หนังสือพี่ตุ้ม 2 เล่ม แต่ปีนี้ยังไม่ได้อ่านเล่มต้นปี เดี๋ยวไปไล่เก็บครับ)

“สามก๊ก – วินทร์ เลียววารินทร์” (สนุก อ่านง่าย คม เป็นสามก๊กที่เล่าเรื่องได้สนุกรองจากหงสาจอมราชันย์)

“สถาบันสถาปนา” 3 เล่มแรก

ซีรีส์นี้เป็นอีกหนึ่งความพลาดในชีวิต สมัยมัธยมคุณอาผมเคยเอามาให้อ่าน แล้วก็ไม่ได้อ่าน แต่ไปอ่านซีรีส์หุ่นยนต์แทน ซึ่งก็ทำให้ชอบผลงานของไอแซค อาซิมอฟมากๆ ทันที ไปหา The End of eternity มาอ่านยิ่งโคตรชอบ แต่ก็คงเด็กเกินไปที่จะอ่านสถาบันสถาปนา เคยลองอ่านเล่มแรกไปสองตอน เลิก ตอนนี้กลับมาตั้งใจอ่านแล้วแบบ โอเค.. กูพลาดแล้ว ไปอยู่ไหนมาตั้งนานวะมึง สมกับที่เป็นนิยายไซไฟที่ดีที่สุดตลอดกาลจริงๆ น่าเสียดายที่ไม่ได้ซื้อสมัยที่ provision ทำขายเอาไว้ เลยต้องซื้อของอมรินทร์แทน)

เล่มสุดท้าย คนไทยเขียน ชอบสุดในปีนี้

“China 5.0”

ด้วยความที่ผมไม่ค่อยศึกษาเรื่องจีนเท่าไหร่ แต่ก็เริ่มสนใจมากขึ้น เลยลองไปหาเล่มนี้มาอ่านดูตามคำแนะนำจากหลายท่าน ทุกครั้งที่อ่านแค่ละบท พบว่าเรารู้เรื่องจีนน้อย และรู้เรื่องสีจิ้นผิงโคตรน้อย ผมว่าผู้เขียนทำการบ้านมาดีมากในการนำเสนอมุมมองที่แตกต่าง ถกเถียงกัน จากคนหลายกลุ่ม ยอมรับว่าถ้าอ่านทั้งเล่ม พาร์ทสุดท้ายซึ่งเกี่ยวกับ tech roadmap ผมเฉยๆ เพราะตามข่าวเรื่อง tech ตลอด แต่สองพาร์ทแรกนี่คือเปิดโลกมาก สุดท้ายความดีงามคือทำให้ผมสนใจเรื่องจีนมากขึ้น กระตุ้นให้อยากเรียนรู้วิธีคิดและการทำงานของสีจิ้นผิงมากขึ้นๆ ขอขอบคุณจริงๆ ที่มีหนังสือเล่มนี้

ต่อคิวอ่าน “How to buy a gorilla?” “The disruptor” “อิคิไก” “how to นัดเป็ด” “Creativity Inc.” และ “One million”

5. ไม่ได้ do everything

น้องที่ทำงานคนหนึ่งเคยเขียนมาบอกผมว่า “You can do anything but not everything” ปีนี้เลยตั้งใจจะไม่ do everything แต่ก็เลือกเป็นอย่างๆ แบบสุดทางดู คือห้ามใจตัวเองเยอะมากที่จะต้องปล่อยให้คนอื่นทำ ใจก็พะวงตลอดแต่ก็พยายาม ซึ่งสรุปกับตัวเองแล้วว่า มันสุดทางไปหน่อยนะ ถ้าเป็นงี้ต่อเราก็จะอกแตกซะก่อน เลยจะพยายาม balance มากขึ้นในปีหน้า จากที่สุดทาง ขยายวงมาอีกหน่อย เอาที่คิดว่าถ้าไม่เข้าไปเองจะต้องพะวงแน่ แต่สุดท้ายคำแนะนำนี้ก็เป็นคำแนะนำที่ดีจริงๆ

4. เริ่มหัดเปียโนเอง

หลังจากที่มีเปียโนไฟฟ้ามา 1 ปี เคยหัดเล่นด้วยแอพสอนเล่นจนเลิกเล่นไป สุดท้ายก็กลับมาพยายามใหม่อีกรอบ โดยตั้งเป้าว่าต้องเล่นให้ได้ 1 เพลงในวันแต่งงาน ความรู้สึกตอนหัดตีคอร์ดกีตาร์มันกลับมา แล้วก็หัดแบบงูๆ ปลาๆ แบบนั้นจนตีคอร์ดได้ทั้งเพลง แล้วก็ทำได้กับเปียโนเหมือนกัน สนุกมาก และก็พยายามหาเพลงอะไรมาเล่นแบบงูๆ ปลาๆ ต่อไป

3. ได้ดูคอนเสิร์ต distant worlds

หนึ่งในความผูกพันสมัยเด็กของข้าพเจ้า Final Fantasy คือสิ่งที่ไม่ใช่แค่เกม มันมีหลายแง่มุมมากที่ดีงามน่าพูดถึง แต่หนึ่งในสิ่งที่เป็นสากลกับแฟนเกมและคนไม่ใช่แฟนเกมที่จะจอยกันได้คือเพลง และ Score ของเกมซีรีส์นี้

พอรู้ข่าวว่าการแสดง distant worlds – music from final fantasy จะมาไทย เลยประกาศหา Knight, Dark Mage, White Mage และ Caller ไปดูคอนเสิร์ตนี้ด้วยกัน (เนิร์ดสัส ไม่ต้องสนใจตรงตะกี๊นะ) สรุปได้เพื่อนร่วมกิลด์ 4 คน คือข้าพเจ้า มิก คาน (พิศวย) และพี่เต่า

การแสดงครั้งนี้ทำให้ได้เห็นความสุดยอดของบทเพลงจากการแต่งของ Nobuo Uematsu จริงๆ มันยิ่งใหญ่กว่าที่เคยได้ฟังในฟอร์มอื่นๆ ทีมงาน คอนดักเตอร์ และนักร้องนำ Susan Calloway ร่วมกับวง Thailand Philharmonic Orchestra มันสร้างความทรงจำที่ประทับใจสุดๆ กับพวกเรา เอาเป็นว่า แค่ตอนแรก Prelude ขึ้นมา ได้ยินเสียงฮาร์ปก็น้ำตาไหลกันแล้ว เพลงฮิตก็มาเกือบหมด To Zarnakand, Theme of Love, Blinded by Light, Chocobo, Battle Medley, Bombing Mission, Victory Fanfare, Eyes on me, Melody of life และที่ขาดไม่ได้ คือ “เพลงนั้น” One-winged Angel ที่ทั้งฮอลล์พร้อมกันทำหน้าที่คอรัส ตะโกนเซฟิรอธร่วมกัน สุดยอดจริงๆ

ปีหน้าได้ข่าวว่า Capcom Music อาจจะมา และเล่นโดย Video Game Orchestra ขอให้ทีมงานทำให้สำเร็จนะครับ

2. ผ่าตัดนิ่ว

ปกติความเจ็บปวดทางจิตใจทำอะไรผมไม่มากนัก แต่ความเจ็บปวดทางร่างกายมันหนักหนาจริงๆ แล้วปีนี้ผมก็ได้สัมผัส Pain Score ระดับ 10 ที่ว่ากันว่าเจ็บพอๆ กับการคลอดลูก (ผู้หญิง 8 ใน 10 คน ที่เคยเป็นนิ่ว และเคยคลอดลูก บอกว่านิ่วเจ็บกว่า) หลังจากที่มีอาการ ก็ตรวจอย่างจริงจังพบว่ามีนิ่วอยู่ 10 กว่าเม็ด แต่เม็ดที่เจ็บตอนนี้มีเม็ดเดียว เลยได้เข้ารับการผ่าตัดด้วยการส่องกล้องซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบดมยาเป็นครั้งแรกในชีวิต

กระบวนการต่างๆ คงไม่บรรยาย แต่บอกได้ว่ามันเป็นโรคที่ทรมานหลายๆ อย่าง และหลังจากนี้ คนที่มีประวัติเป็นนิ่ว จะมีอาหารที่ห้ามกินไปตลอดชีวิต อันได้แก่ ถั่ว แครนเบอรี่ เต้าหู้ ชาดำ ผักโขม บีทรูท และอื่นๆ รวม 20 อย่าง ก็ต้องกลายเป็นคนเรื่องมากในการกินเพิ่มขึ้นอีกระดับนึงเลย

และหลังจากนี้ ก็ต้องมาวางแผนกำจัดไอ้ 10 กว่าเม็ดที่เหลือต่ออีก โอย ทรมาณ

1. แต่งงาน

เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในปีนี้ ก็ต้องเรื่องนี้แหละ ประสบการณ์ครั้งเดียวในชีวิตกับการเริ่มต้นชีวิตคู่จริงจัง การแต่งงานของผมมีความคาดหวังจากญาติผู้ใหญ่ไม่น้อยเลยในฐานะ “ตั่วซุง” งานห้ามเล็ก แขกต้องเยอะ งบเท่าไหร่ว่ามา สุดท้ายผมกับมุทิตาเลยแยกเป็นงานเช้าแนะเย็น งานเช้าก็พิธีการเต็มที่ งานเย็นก็สนุกไปเลย ตัวงานก็เขียนไปเยอะมากแล้ว แต่มีคนถามเรื่องชีวิตหลังแต่งงานมาพอสมควร

จริงๆ แล้วสำหรับผมและมุทิตา มันไม่ต่างเลยครับ เพราะเราก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาเกือบ 3 ปี และจดทะเบียนอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือน พค แล้ว การใช้ชีวิตของเราก็ยังเป็นตัวของพวกเราเหมือนเดิม อยู่คอนโดที่เดิม กินข้าวร้านเดิม ซึ่งจริงๆ ผมมีความสุขนะ เพราะจริงๆแล้ว การตัดสินใจแต่งงานเกิดขึ้นเพราะผมชอบชีวิตที่เป็นอยู่เหมือนเดิมเนี่ยแหละ สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คงเป็นคำถามว่า จะมีลูกเมื่อไหร่ ซึ่งผมเองก็ไม่ได้คิดอยากมีลูกในตอนนี้ บวกกับเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ในหน้าที่การงาน ถ้าจะมีลูก ผมอยากมีเวลาในการดูแลลูก โฟกัสในการเลี้ยงดูให้ลูกได้เติบโตมาอย่างมีความสุขและอบอุ่น อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เราก็ไม่ได้คุม ถ้าเกิดว่าเค้าจะมา ผมก็ยินดีที่จะดูแลเค้าให้เต็มที่เช่นกัน

สรุปแล้วปี 2018 ก็เป็นปีที่ดี มีเรื่องดีบ้างไม่ดีบ้างตามปกติ แต่สำหรับผมแล้ว ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันดีเสมอ และเป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นเราในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต ปีหน้าว่ากันต่อ

สวัสดีปีใหม่ครับ

30.12.18